ต้อกระจก (Cataract)
คือ ภาวะที่ “เลนส์ตา” ซึ่งปกติจะใส กลับเกิดความขุ่นมัว ทำให้แสงไม่สามารถผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ผู้ป่วยมองเห็นภาพไม่ชัดเจน มัว หรือเบลอคล้ายมีหมอกบังตา โดยเฉพาะในที่แสงจ้า
โรคนี้เป็น สาเหตุอันดับหนึ่งของการสูญเสียการมองเห็นทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2023 พบว่ากว่า 51% ของผู้ที่ตาบอดทั่วโลกเกิดจากต้อกระจก ซึ่งสามารถรักษาได้หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง
ลักษณะของต้อกระจก
ในดวงตาของคนเรามี เลนส์แก้วตา (lens) อยู่หลังม่านตา ทำหน้าที่รวมแสงเข้าสู่จอประสาทตาเพื่อให้เกิดการมองเห็น เมื่อตาเริ่มเสื่อมตามอายุหรือมีปัจจัยอื่นมาเร่งให้เสื่อมเร็วขึ้น โปรตีนในเลนส์จะรวมตัวกัน ทำให้เลนส์ตาขุ่นมัว นั่นคือจุดเริ่มต้นของต้อกระจก

อาการเบื้องต้นของต้อกระจก
ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการดังนี้:
- มองเห็นพร่ามัว เหมือนมีหมอกบางบังตา
- ไวต่อแสง เช่น แสบตาเวลามองแสงแดดหรือไฟจ้า
- มองเห็นซ้อน
- ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย แต่ยังมองไม่ชัด
- เห็นแสงกระจายตอนกลางคืน (แสงไฟแตกเป็นวง)
- การมองเห็นสีเปลี่ยนไป เช่น สีจางลง
หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาการอาจแย่ลงจนไม่สามารถมองเห็นได้เลย
ต้อกระจกมีกี่ประเภท?
ต้อกระจกแบ่งออกเป็นหลายประเภท ตามลักษณะการเกิด เช่น:
- ต้อกระจกที่เกิดตามอายุ (Age-related Cataract) – พบบ่อยที่สุด
- ต้อกระจกแต่กำเนิด (Congenital Cataract) – พบตั้งแต่เด็กทารก
- ต้อกระจกจากอุบัติเหตุ (Traumatic Cataract) – จากการกระแทกหรือบาดเจ็บ
- ต้อกระจกจากยา (Secondary Cataract) – เช่น การใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน
- ต้อกระจกจากโรคอื่น – เช่น เบาหวาน
สาเหตุของต้อกระจก
แม้ว่าอายุจะเป็นปัจจัยหลัก แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย เช่น:
- การได้รับแสง UV เป็นเวลานาน
- สูบบุหรี่
- โรคเบาหวาน
- การใช้ยาสเตียรอยด์
- ประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้
- เคยผ่าตัดตา
วิธีการวินิจฉัย
จักษุแพทย์จะใช้เครื่องมือเฉพาะ เช่น slit-lamp ตรวจความขุ่นของเลนส์ตา และอาจตรวจวัดสายตา ตรวจความดันตา หรือวัดความสามารถในการมองเห็น เพื่อวินิจฉัยว่ามีต้อกระจกหรือไม่ และอยู่ในระดับใด
ต้อกระจกรักษาได้ไหม?
ข่าวดีคือ ต้อกระจกสามารถรักษาได้ โดยการผ่าตัดเอาเลนส์ที่ขุ่นออก แล้วใส่เลนส์เทียมเข้าไปแทนที่ ปัจจุบันเทคโนโลยีการผ่าตัดพัฒนาไปมาก ทำได้รวดเร็ว ปลอดภัย และแผลเล็ก
ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดมักจะฟื้นฟูสายตาได้ดี และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้
การป้องกันต้อกระจก
แม้ไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้โดย:
- สวมแว่นกันแดดป้องกันรังสี UV
- เลิกสูบบุหรี่
- ควบคุมโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน
- ตรวจตาเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่อายุเกิน 50 ปี

สรุป “ต้อกระจกรักษาได้ หากรู้และรักษาอย่างทันท่วงที”
ต้อกระจกไม่ใช่โรคร้ายแรง หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยสามารถกลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง การหมั่นสังเกตอาการและพบจักษุแพทย์ตั้งแต่ระยะแรกเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการสูญเสียการมองเห็นในอนาคต