ภูมิแพ้อากาศ ภูมิแพ้อาหาร และภูมิแพ้ผิวหนัง ต่างกันอย่างไร?

หลายคนได้ยินคำว่า “ภูมิแพ้” แล้วนึกถึงการจาม คัดจมูก หรือแพ้อากาศเท่านั้น แต่ความจริงภูมิแพ้มีหลายรูปแบบ และสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายระบบของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นทางเดินหายใจ ระบบย่อยอาหาร หรือผิวหนัง ทำให้บางครั้งผู้ป่วยหรือคนในครอบครัวไม่แน่ใจว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นภูมิแพ้หรือมาจากสาเหตุอื่น เช่น การติดเชื้อ ความเครียด หรือการระคายเคือง

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจความแตกต่างของภูมิแพ้ 3 กลุ่มใหญ่ที่พบบ่อย ได้แก่

ภูมิแพ้อากาศ
ภูมิแพ้อาหาร
ภูมิแพ้ทางผิวหนัง

รวมถึงสิ่งที่เหมือนและต่างกัน และเมื่อไรควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินอย่างละเอียด

-------------------------------------------------------------------

1. ภูมิแพ้อากาศ: ระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก

ภูมิแพ้อากาศ (Allergic rhinitis) เป็นรูปแบบที่คนไทยรู้จักกันมากที่สุด โดยเฉพาะในเด็กและวัยทำงาน อาการมักมากับสิ่งกระตุ้นในอากาศ เช่น

✔ ไรฝุ่น
✔ ฝุ่น PM2.5
✔ ขนสัตว์
✔ เชื้อราในอากาศ
✔ เกสรพืช
✔ อากาศเย็นหรือแห้ง
✔ ห้องแอร์

อาการที่พบได้บ่อย

  • จามถี่เป็นชุด
  • น้ำมูกใส
  • คัดจมูก
  • คันจมูกหรือคันตา
  • น้ำตาไหล
  • ไอระคายคอ
  • นอนกรนหรือหายใจลำบากตอนกลางคืน (บางราย)

ภูมิแพ้อากาศมักสับสนกับ “หวัด” แต่มีความต่างที่สำคัญ เช่น

  • หวัดมักหายภายใน 7–10 วัน
  • ภูมิแพ้อาจนานหลายเดือนและเป็น ๆ หาย ๆ

ในเด็กเล็ก ภูมิแพ้อากาศมักสัมพันธ์กับ หอบหืด หรือ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

-------------------------------------------------------------------

2. ภูมิแพ้อาหาร: ระบบทางเดินอาหาร + ผิวหนัง + หลอดลม

ภูมิแพ้อาหาร (Food allergy) ใช้คำว่า “แพ้อาหาร” ก็ถูกต้องในภาษาไทย แต่ควรแยกให้ชัดจาก “ไม่ย่อยอาหาร” หรือ “อาหารไม่ถูกกับกระเพาะ” ซึ่งเป็นคนละเรื่อง

อาหารที่กระตุ้นบ่อยในเด็ก

✔ นมวัว
✔ ไข่
✔ ถั่วลิสง
✔ ถั่วเปลือกแข็ง
✔ แป้งสาลี
✔ ถั่วเหลือง
✔ อาหารทะเล

อาหารที่กระตุ้นบ่อยในผู้ใหญ่

✔ กุ้ง ปู ปลาหมึก
✔ ถั่วลิสง
✔ ไข่
✔ ผลไม้บางชนิด
✔ แอลกอฮอล์
✔ อาหารหมักดอง

อาการที่พบ

  • ผื่นคัน ลมพิษ
  • ปวดท้อง คลื่นไส้
  • ท้องเสียหลังทานอาหาร
  • ปากบวม ตาบวม
  • แน่นหน้าอก หรือหอบ (รุนแรง)
  • ในบางรายเกิด anaphylaxis ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน

ในเด็กเล็กภูมิแพ้อาหารสัมพันธ์กับผื่นผิวหนังมาก โดยเฉพาะในกลุ่มที่มี ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Eczema)

-------------------------------------------------------------------

3. ภูมิแพ้ทางผิวหนัง: ระบบผิวหนังเป็นหลัก

ภูมิแพ้ผิวหนังพบได้ในทุกช่วงวัย โดยเด็กเล็กพบมากที่สุด

ตัวอย่างที่พบบ่อย:

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis)
ผิวแห้ง คัน แดง เป็นเรื้อรัง

ลมพิษ (Urticaria)
ตุ่มนูนแดง คัน หายภายใน 24 ชั่วโมง

แพ้สัมผัส (Contact dermatitis)
ผื่นเกิดบริเวณสัมผัสสารกระตุ้น เช่น โลหะ น้ำหอม สารทำความสะอาด

สิ่งกระตุ้นผิวหนังที่พบบ่อย

  • อากาศแห้ง
  • น้ำอุ่นจัด
  • เหงื่อ
  • ฝุ่นในห้อง
  • สบู่หรือแชมพู
  • เส้นใยเสื้อผ้า
  • ความเครียด

-------------------------------------------------------------------

อะไรที่ทั้ง 3 แบบมีเหมือนกัน?

แม้จะเกิดคนละระบบ แต่มีจุดร่วมที่สำคัญคือ:

✔ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองมากเกินไป
✔ กระตุ้นได้จากพันธุกรรม + สิ่งแวดล้อม
✔ เป็นเรื้อรังได้
✔ เป็น ๆ หาย ๆ
✔ มีช่วงกำเริบ (flare)
✔ ป้องกันได้ระดับหนึ่ง
✔ เด็กบางคนมีโอกาสหายเมื่อโตขึ้น

และอะไรที่แตกต่างกัน?

1. ระบบที่ได้รับผล

ประเภท : ภูมิแพ้อากาศ

ระบบร่างกาย: ทางเดินหายใจ

---

ประเภท : ภูมิแพ้อาหาร

ระบบร่างกาย: ระบบย่อยอาหาร + ผิวหนัง + หลอดลม

---

ประเภท : ภูมิแพ้ผิวหนัง

ระบบร่างกาย: ผิวหนัง + ระบบภูมิคุ้มกัน

2. การวินิจฉัย

  • ภูมิแพ้อากาศ → skin prick / IgE
  • ภูมิแพ้อาหาร → IgE + oral food challenge (บางเคส)
  • ผิวหนัง → history + skin + patch test (ในบางราย)

3. ความรุนแรง

ภูมิแพ้อาหารอาจทำให้เกิด anaphylaxis ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน

-------------------------------------------------------------------

เมื่อไรควรเข้ารับการตรวจ

แนะนำให้ตรวจเมื่อ:

✔ มีอาการเรื้อรัง
✔ เกิดซ้ำตามฤดูกาลหรือสิ่งกระตุ้น
✔ มีอาการหลังทานอาหารบางชนิด
✔ เด็กมีผื่นและปัญหาอาหารร่วมกัน
✔ มีหอบหรือหายใจลำบาก
✔ กระทบการเรียน/การทำงาน/การนอน
✔ เป็นตั้งแต่เด็กเล็ก
✔ สงสัยว่าเป็นภูมิแพ้แต่ไม่แน่ใจ

-------------------------------------------------------------------

ภูมิแพ้รักษาอย่างไร

การรักษาสามารถแบ่งได้หลายระดับ เช่น:

✔ เลี่ยงสิ่งกระตุ้น
✔ ใช้ยาเพื่อลดอาการ
✔ ดูแลผิวหนังให้แข็งแรง (ในผิวหนัง)
✔ จัดการอาหาร (ในอาหาร)
✔ วัคซีนภูมิแพ้ (Immunotherapy) — ในบางราย

วัคซีนภูมิแพ้เป็นการรักษาในระยะยาวที่ช่วยลดความไวต่อสารกระตุ้น ซึ่งแพทย์จะประเมินว่าผู้ป่วยเหมาะสมหรือไม่

-------------------------------------------------------------------

การเข้าใจความแตกต่างของภูมิแพ้ 3 แบบช่วยให้ผู้ปกครอง ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุประเมินได้ดีขึ้นว่าอาการที่มีอยู่เข้าข่ายภูมิแพ้แบบไหน และเมื่อไรควรเข้ารับการตรวจเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

คลินิกอายุรกรรมเฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน

สถานที่ตั้ง

อาคาร C ชั้น 3

เวลาทำการ

พุธ 17:00-20:00 น.
อาทิตย์ 09:00-16:00 น.
(สัปดาห์ที่ 1, 3 และ 5 ของเดือน)

ติดต่อ

035-335555 ต่อ 217, 317
Credit card mockups

แพ็กเกจที่แนะนำ

ไม่พบข้อมูล