ต้อกระจกเกิดจากอะไร? รวมสาเหตุที่ทำให้เลนส์ตาขุ่นมัวและเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น

ต้อกระจก (Cataract) เป็นโรคที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ แต่ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ “ต้อกระจกเป็นแค่โรคของคนแก่เท่านั้น” ทั้งที่ความจริงแล้ว ต้อกระจกสามารถเกิดได้ในคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือพฤติกรรมบางอย่างที่เร่งให้เลนส์ตาขุ่นมัวเร็วกว่าปกติ

การรู้ว่า “ต้อกระจกเกิดจากอะไร” จะช่วยให้เราสามารถป้องกัน ดูแลตนเอง และลดโอกาสในการเกิดโรคได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

สาเหตุหลักของต้อกระจก

1. อายุที่มากขึ้น (Age-related Cataract)

เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เมื่อคนเราอายุมากขึ้น โครงสร้างโปรตีนในเลนส์ตาจะเริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้เลนส์ตาค่อย ๆ ขุ่นมัว โดยมักเริ่มปรากฏชัดในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป

🧠 อ้างอิง: American Academy of Ophthalmology ระบุว่าต้อกระจกจากอายุเป็นชนิดที่พบมากที่สุดในประชากรทั่วโลก

2. การได้รับรังสี UV มากเกินไป

การโดนแสงแดดจ้าโดยไม่มีการป้องกันดวงตา เช่น ไม่ใส่แว่นกันแดด จะทำให้รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) กระตุ้นการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในเลนส์ตา และทำให้โปรตีนในเลนส์เสื่อมเร็วขึ้น

🕶️ การใส่แว่นกันแดดที่ป้องกัน UV จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในประเทศเขตร้อน เช่น ไทย

3. โรคเบาหวาน

ผู้ป่วยเบาหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเลนส์ตา เช่น ทำให้เลนส์บวมหรือเกิดภาวะออกซิเดชันสูง จนเสื่อมและขุ่นเร็วกว่าปกติ

🔍 ตามข้อมูลพบว่า ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเกิดต้อกระจกเร็วกว่าคนทั่วไปถึง 60%

4. การใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน

ยากลุ่มสเตียรอยด์ เช่น ยาพ่นสำหรับโรคหืด หรือยาทานสำหรับโรคแพ้ภูมิตนเอง หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดต้อกระจก โดยเฉพาะ “ต้อกระจกใต้แคปซูลหลัง (posterior subcapsular cataract)” ซึ่งมีผลต่อการมองเห็นกลางแจ้งอย่างมาก

5. การบาดเจ็บหรือกระแทกดวงตา (Trauma)

อุบัติเหตุที่กระทบกับดวงตา เช่น การโดนของแข็งกระแทก หรือของมีคมทิ่มตา อาจทำให้เลนส์ตาเสียหายและขุ่นมัวภายหลังได้ แม้จะดูเหมือนไม่รุนแรงในช่วงแรก

6. กรรมพันธุ์ (พันธุกรรม)

บางคนมีพันธุกรรมที่ทำให้เลนส์ตาเสื่อมเร็วกว่าปกติ หรือพบต้อกระจกตั้งแต่เด็ก ซึ่งเรียกว่า ต้อกระจกแต่กำเนิด (Congenital Cataract) ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมของพ่อแม่ หรือภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์

7. การผ่าตัดตาหรือภาวะอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับตา

เช่น การผ่าตัดจอตา, การอักเสบเรื้อรังของดวงตา (uveitis) หรือการใช้ยาหยอดตาที่มีสารกระตุ้นให้เกิดต้อกระจกก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเช่นกัน

8. พฤติกรรมเสี่ยง: สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

ทั้งบุหรี่และแอลกอฮอล์ล้วนมีผลเร่งการเสื่อมของเลนส์ตา โดยการเพิ่มอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งส่งผลต่อโปรตีนในเลนส์

9. ขาดสารอาหารสำคัญ

วิตามินซี วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระมีบทบาทในการปกป้องเลนส์ตา หากขาดสารเหล่านี้เรื่อย ๆ ก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดต้อกระจกเร็วขึ้น

จะป้องกันต้อกระจกได้อย่างไร?

แม้ไม่สามารถป้องกันต้อกระจกได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีเหล่านี้:

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า หรือใส่แว่นกันแดดที่มี UV protection
  • ตรวจวัดสายตาเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่อายุเกิน 40 ปี
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
  • เลิกสูบบุหรี่และลดแอลกอฮอล์
  • ทานอาหารที่มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ผักผลไม้หลากสี

รู้ทันสาเหตุต้อกระจก เพื่อการป้องกันระยะยาว

ต้อกระจกไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่มีสาเหตุชัดเจน ทั้งจากอายุ โรคประจำตัว พฤติกรรม และสิ่งแวดล้อม การรู้เท่าทันและดูแลดวงตาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยยืดอายุการใช้งานของดวงตา และลดโอกาสการสูญเสียการมองเห็นได้ในระยะยาว

ศูนย์จักษุ

สถานที่ตั้ง

อาคาร B ชั้น 3

เวลาทำการ

ทุกวัน 08:00-20:00 น.

ติดต่อ

035-335555 ต่อ 350, 358
Credit card mockups

แพ็กเกจที่แนะนำ