Menu Close

Category: Health Blog

3 ปัจจัยเสี่ยง .. จอตาเสื่อมในผู้สูงวัย

ร่างกายและอวัยวะต่าง ๆ ต่างต้องเสื่อมโทรมและถดถอยไปตามกาลเวลา สายตาของเราก็เช่นกัน การรู้เท่าทัน ‘โรคจอตาเสื่อมในผู้สูงวัย’ หรือ AMD จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย ปัจจัยด้านใดบ้างที่เสี่ยงให้เกิดโรคจอตาเสื่อมในผู้สูงวัย .. มาดูกันเลย ! 1) อายุ (age) พบมากในผู้ที่มีอายุ  60  ปีขึ้นไป หากอายุมากกว่า 75 ปี จะมีความเสี่ยงเป็น 3 เท่า (ของกลุ่มที่มีอายุ 65 –…

ปัญหากวนใจ .. เกี่ยวกับสายตาของผู้สูงวัย

ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเกี่ยวกับสายตาคอยกวนใจ ส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวกับโรคทางดวงตาต่อไปนี้ … 1) ต้อกระจก  (Cataract)  เกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้เลนส์แก้วตาแข็งและขุ่นขึ้น จึงทำให้สายตาจึงมัวลง อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ สายตามัวหรือเห็นภาพซ้อน จะมัวเหมือนมีฝ้าหรือหมอกบัง เห็นสีผิดไปจากเดิม ตาสู้แสงไม่ได้ ทำให้มีปัญหาในการขับขี่ยานพาหนะโดยเฉพาะกลางคืน 2) ต้อหิน  (Glaucoma)  เกิดจากความเสื่อมของเส้นประสาทตา ส่วนใหญ่จะมีความดันลูกตาสูง ซึ่งอาการที่สามารถสังเกตได้ คือจะปวดตา ตามัวลง และเห็นรุ้งรอบดวงไฟ ในกรณีเป็นต้อหินแบบรุนแรงเฉียบพลัน อาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วยได้ เนื่องมาจากความดันตาสูงมาก 3)…

ดูแลดวงตายังไง ในช่วง covid-19 ?

วันนี้โรงพยาบาลราชธานีรวม 3 วิธีดูแลดวงตาให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 มาฝากกัน 1) ระวังเรื่อง ‘คอนแทคเลนส์’ ควรระมัดระวังในขั้นตอนการใส่ให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันการติดต่อของเชื้อ ก่อนใส่คอนแทคเลนส์ต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่อย่างน้อย 20 วินาที และเช็ดมือให้แห้งด้วยกระดาษเช็ดมือที่สะอาด รวมถึงถอดล้างทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ให้ถูกวิธี * หมายเหตุ : American Optometric Association (AOA) ระบุว่า .. ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าคนที่ใส่คอนแทคเลนส์มีความเสี่ยงในการติด COVID-19…

3 ชนิดของโรคกล้ามเนื้อหัวใจพิการ

โรคกล้ามเนื้อหัวใจพิการหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากไวรัส อาจเป็นตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดจากภายหลังก็ได้ ในกลุ่มที่เป็นภายหลังชนิดที่พบมากที่สุด คือ กล้ามเนื้อหัวใจพิการโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งยังสามารถแบ่งได้อีก 3 ชนิด ดังนี้ กล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ กล้ามเนื้อหัวใจพิการขยายตัวไม่ดีเท่าปกติ(เกิดจากโรคบางชนิดที่เข้าไปแทรกในกล้ามเนื้อหัวใจ) กล้ามเนื้อหัวใจไม่หนาแต่หัวใจขยายตัวโตขึ้นบีบตัวได้ไม่ดีเท่าปกติโรคนี้ผลจากความสามารถในการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจลดลง ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะในร่างกายไม่เพียงพอ ร่างกายจึงปรับตัวโดยเพิ่มขนาดของหัวใจเพื่อเพิ่มปริมาณเลือดที่บีบออกจากหัวใจ ทำให้หัวใจผู้ป่วยด้วยโรคนี้มีขนาดหัวใจที่โตมาก หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า “ Dilated Cardiomyopathy”  นั่นเอง   แพ็กเกจสุขภาพที่เกี่ยวข้อง การผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจบายพาส (CABG) ขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน ฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (CAG)

3 วิถี หนีให้พ้นโรคหัวใจ

รู้หรือไม่ว่า ? ตามสถิติแล้ว ในประชากรทุก 10 คนจะมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจถึง 4 คน โดยสาเหตุของโรคมักมาจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ (ภาวะที่มีไขมันก่อตัวอยู่บริเวณผนังหลอดเลือด จนส่งผลกระทบต่อการลำเลียงเลือดไปยังหัวใจ) แม้สถิติของโรคหัวใจออกจะน่ากลัวอยู่บ้าง แต่โรคดังกล่าวนี้ป้องกันได้ วันนี้ทางโรงพยาบาลราชธานี มี 3 วิถี หนีให้พ้นโรคหัวใจมาฝากกัน ไปอ่านกันเลย … 1) รู้จักตัวเอง : มีปัจจัยหลายประการที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ บางปัจจัยอาจเป็นเรื่องที่คุณไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้…

กินให้ดี .. มีชัยไปกว่าครึ่ง

ทางโรงพยาบาลราชธานี มี 3 พฤติกรรมการกินที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจมาฝาก 1) จำกัดไขมันและโคเลสเตอรอล (เนย มาการีน สารที่ทำให้แป้งกรอบ ครีม เกรวี่) : จำกัดการบริโภคอาหารที่มีไขมันและอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง อาหารประเภทนี้จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันที่ไปเกาะตามผนังเส้นเลือด ซึ่งรูของเส้นเลือดแดงจะเล็กลง ทำให้เกิดโรคหัวใจวายหรือโรคอัมพาตจากเส้นเลือดสมองตีบ ดังนั้นจึงควรงดบริโภคอาหารประเภทนี้ และเลือกประกอบอาหารโดยใช้น้ำมันพืชชนิดที่มีไขมันไม่อิ่มตัวแทน เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น  2) ทานเนื้อสัตว์ทีมี่ไขมันต่ำ :…

3 เมนู อร่อยแถมดีต่อ(หัว)ใจ

1) โจ๊กหมูเห็ดหอม ประโยชน์ของเห็ดหอม : ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภุมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพ มีกรดอะมิโนชื่อ “อิริทาดีนีน” ซึ่งช่วยให้ไตย่อยคอเลสเตอรอลได้ดี ทำให้ปริมาณไขมันในเลือดและระดับคอเลสเตอรอลลดลง ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูงได้ดี 2) ปลาแซลมอนนึ่งมะนาว ประโยชน์ของปลาแซลมอน : อุดมไปด้วยกรดอีโคซะเพนตะอีโนอิกและกรดดีเอชเอ ซึ่งมีส่วนช่วยไม่ให้หลอดเลือดแข็งตัว ลดความเสี่ยงการเป็นโรคหลอดเลือดสมองแตก โรคความดันโลหิตและภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงได้ดี 3) ยำสตรอเบอร์รี่กุ้ง ประโยชน์ของสตรอเบอร์รี่ : อุดมไปด้วยโพแทสเซียมและแมกนีเซียมที่สามารถช่วยปรับความดันเลือดให้อยู่ในระดับปกติ นอกจากนี้ ยังมีซูเปอร์ไฟเบอร์เพกตินที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล…

3 วิธี ปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid)

การฝึกปฐมพยาบาลเบื้องต้น เป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างถูกต้อง วันนี้โรงพยาบาลราชธานีมีแนวทางการปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาฝากกัน เพื่อจะพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่เกินขึ้นได้ตลอดเวลา 1) แขนหรือขาหัก ประคบน้ำแข็งหรือยกแขน/ขาขึ้นเหนือหัวใจ หากผู้ป่วยมีแผลเปิด ให้ใช้ผ้าพันแผลปลอดเชื้อพันไว้และรีบเข้ารับการรักษาจากแพทย์ทันที 2) หัวแตก ใช้ผ้าพันแผลปลอดเชื้อหรือผ้าสะอาดกดแผลไว้ 15 นาที (หากเป็นไปได้ให้ล้างมือหรือสวมถุงมือกันเชื้อโรคก่อน) ถ้าบาดแผลมีอาการบวม สามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบน้ำแข็ง 3) เป็นลม เริ่มจากการจัดท่าทางให้ผู้ป่วยนอนหงายราบและยกขาขึ้นอยู่เหนือระดับหัวใจ (ประมาณ 30 เซนติเมตร) เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองง่ายขึ้น รวมทั้งปลดเข็มขัด, ปกคอเสื้อหรือเสื้อผ้าส่วนอื่น…

3 เรื่องควรรู้ .. เพื่อเตรียมตัวก่อนรับการผ่าตัด

ผลกระทบจากอุบัติเหตุ บางกรณีอาจจำเป็นต้องมีการผ่าตัดฉุกเฉิน ข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมสำหรับผ่าตัดจึงจำเป็นกับทุกคน ทางโรงพยาบาลราชธานี จึงขอนำเสนอ 3 เรื่องที่ควรรู้ เพื่อเตรียมตัวก่อนผ่าตัด 1) ก่อนผ่าตัด ๐ แจ้งประวัติ เกี่ยวกับโรคประจำตัว การแพ้ยาและปัญหาสุขภาพอื่นๆ ๐ กรณีเป็นผู้ป่วยหญิง ถ้าตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ ๐ ติดต่อญาติที่บรรลุนิติภาวะ เพื่อรับผิดชอบและดูแลผู้ป่วยที่โรงพยาบาล 2) ระหว่างผ่าตัด เมื่อใกล้เวลาผ่าตัด ทีมวิสัญญีแพทย์จะติดอุปกรณ์เพื่อตรวจชีพจร…

3 วิธีการห้ามเลือด ตามหลักการปฐมพยาบาล

ผลกระทบจากอุบัติเหตุส่วนใหญ่ มักทำให้ผู้ประสบเหตุต้องเสียเลือด การห้ามเลือดตามหลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล จึงเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผู้ป่วยไม่เสียเลือดมากจนเกิดอันตรายที่ถึงแก่ชีวิต โรงพยาบาลราชธานีจึงขอนำเสนอ 3 วิธีการห้ามเลือด ที่ถูกต้องตามหลักการปฐมพยาบาล 1) การกดบาดแผลโดยตรง เป็นวิธีที่ใช้กันแพร่หลาย เนื่องจากสามารถระงับการไหลของเลือดจากบาดแผลได้อย่างได้ผล ซึ่งวิธีนี้ใช้นิ้วมือกดลงบนบาดแผลโดยตรงหรือใช้ผ้าสะอาดปิดปากแผลแน่น ๆ 2) ยกอวัยวะที่มีบาดแผลให้สูงกว่าระดับหัวใจ เป็นการห้ามเลือดโดยการลดแรงการไหลของเลือดให้ช้าลง ซึ่งควรใช้วิธีนี้ควบคู่ไปกับเทคนิคการใช้แรงกด 3) การขันชะเนาะหรือสายรัดห้ามเลือด วิธีการทำไม่ควรให้ชิดบาดแผลจนเกินไป ไม่รัดแน่นหรือหลวมเกินไป เมื่อรัดแล้วให้ยกปลายแขนหรือปลายขา และคลายสายรัดออกเป็นพัก ๆ *ข้อควรระวัง :…